16 จุดเช็คอิน ในอังกฤษ ไปแล้วห้ามพลาดด
สหราชอาณาจักร (United Kingdom) เป็นหนึ่งในประเทศแถบยุโรปที่ได้รับความนิยมจากนักเดินทางทั่วโลก ด้วยภูมิประเทศที่งดงาม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมที่รุ่งเรือง และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่มีทั้งเมืองใหญ่ที่คึกคักและมีสีสัน รวมถึงเมืองชนบทที่เงียบสงบ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก ซึ่งดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

1.หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London)

เคยเป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการ หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอังกฤษ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอน พระราชวังสไตล์โรมาเนสต์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษในปี 1078 เพื่อเป็นที่พำนักของราชวงศ์อังกฤษ คลังอาวุธ หอเก็บเอกสาร หอดูดาว โรงกษาปณ์ และคลังสมบัติ จนกระทั่งปี 1303 จึงได้กลายเป็นที่เก็บรักษาทรัพย์สินมีค่าของราชวงศ์อังกฤษ ของกำนัลจากประเทศเพื่อนบ้าน และอาวุธยุทโธปกรณ์ในสมัยกลางจนถึงปี 1914
2. สะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge)

แลนด์มาร์กสำคัญในใจกลางกรุงลอนดอน สะพานสไตล์วิกตอเรียนโกธิกแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1886 - 1894 เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำเทมส์ มีลักษณะเป็นสะพานยกและสะพานแขวนผสมกัน และมีหอคอยสองหอซึ่งเป็นที่มาของชื่อ สะพานหอคอย นับเป็นสะพานเปิด-ปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ฐานสะพานมีหอสูงซึ่งใช้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับอังกฤษและห้องอบไอน้ำสมัยวิกตอเรียน สะพานแห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดชมวิวกรุงลอนดอนที่งดงาม แต่ยังเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สะพานยกตัวขึ้นเพื่อให้เรือแล่นผ่าน
3. พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Palace of Westminster)

พระราชวังเก่าแก่ที่สุดในลอนดอน ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำเทมส์ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 หลังจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1834 พระราชวังเกือบทั้งหมดถูกทำลาย ตึกรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ (Houses of Parliament) จึงได้รับการสร้างใหม่ในปี 1834 โดยใช้เวลาก่อสร้างถึง 30 ปี เป็นศูนย์กลางทางการเมืองของอังกฤษ มีอาคารสีขาวโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษ บนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องกว่า 1,000 ห้อง ระเบียงยาวประมาณ 3 กิโลเมตร และมีบันไดมากกว่า 100 ขั้น นับเป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์
4. หอนาฬิกาบิกเบน (Big Ben)

หอนาฬิกา 4 หน้าปัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Palace of Westminster) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า หอเอลิซาเบธ (Elizabeth Tower) สร้างขึ้นในปี 1834 เพื่อฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Elizabeth II) หอนาฬิกานี้สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ชื่อ บิกเบน ที่คนรู้จักกันนั้น แท้จริงคือชื่อของระฆังใบใหญ่ที่สุดในบรรดาระฆัง 5 ใบ ซึ่งจะตีเป็นทำนองทุก 15 นาที เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน หน้าปัดนาฬิกาทั้ง 4 ด้านจะสว่างขึ้น สามารถมองเห็นได้ไกลหลายไมล์
5. ลอนดอนอาย (London Eye)

ชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในยุโรป สูง 135 เมตร รู้จักกันในชื่อ มิลเลเนียมวีล (Millennium Wheel) ตั้งอยู่ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์และสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด มีโครงเหล็กรูปตัว A ยึดเพียงข้างเดียว ทำให้ลอนดอนอายเป็น ชิงช้าสวรรค์ค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก เป็นจุดชมวิว 360 องศาของกรุงลอนดอน มองเห็นสถานที่สำคัญ เช่น พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หอนาฬิกาบิกเบน และแม่น้ำเทมส์ ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นได้ไกลถึงปราสาทวินเซอร์
6. พระราชวังวินด์เซอร์ (Windsor Castle)

พระราชวังอายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนเนินเหนือแม่น้ำเทมส์ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 21 ไมล์ สร้างขึ้นเมื่อปี 1070 โดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 (William I) เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีผู้อยู่อาศัย ใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยงและงานส่วนพระองค์ ไฮไลท์สำคัญคือ พิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ จัดขึ้นทุกวันเวลาประมาณ 11 โมงตรง
7. โบสถ์เซนต์จอร์จ (St Georges Chapel)

โบสถ์เซนต์จอร์จ ตั้งอยู่ในพระราชวังวินด์เซอร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 (Edward III of England) โบสถ์แห่งนี้เป็นศาสนสถานสำคัญของพระราชวัง ใช้ในการประกอบพิธีอภิเษกสมรสของราชวงศ์ และเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในอังกฤษ ด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคและกระจกสีงดงาม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้เมื่อไม่มีราชวงศ์ประทับอยู่
8. พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace)

พระราชวังบักกิงแฮมเป็นพระราชวังเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 300 ปี และเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ มีพื้นที่ 829,000 ตารางฟุต และห้องทั้งหมด 775 ห้อง เปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ภายในประกอบด้วยห้องสาธารณะ 19 ห้องที่พระราชวังที่สมเด็จพระราชินีและราชวงศ์ใช้รับแขก ซึ่งประดับด้วยผลงานศิลปะ สมบัติของราชวงศ์ และเฟอร์นิเจอร์จากทั่วโลก
9. พระราชวังเคนซิงตัน (Kensington Palace)

พระราชวังเคนซิงตัน เป็นสถานที่พระราชสมภพของสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียและที่ประทับของเจ้าหญิงไดอานา (Princess Diana) จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี 1997 ปัจจุบันเป็นที่ประทับของดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และเป็นที่ประทับของสมาชิกหลายพระองค์ของราชวงศ์อังกฤษ พระราชวังแห่งนี้มีจุดที่น่ามาชมมากมาย เช่น คิงส์สแตร์เคส (Kings Staircase) ซึ่งเป็นบันไดที่ผนังข้าง ๆ ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยภาพวาดสุดตระการตา ส่วน คิงส์แกลเลอรี (Kings Gallery) เป็นห้องเก็บภาพวาดที่สวยงามที่สุดชุดหนึ่งของราชวงศ์ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการเข้าชมการจัดแสดง Diana: Her Fashion Story นิทรรศการแสดงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเจ้าหญิงไดอานา ที่ทั่วโลกต่างยกย่องถึงรสนิยมด้านแฟชั่นและการแต่งกายของพระองค์
10. มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford)

มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ มีประวัติศาสตร์กว่า 9 ศตวรรษ และถือเป็นอันดับ 1 ในด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบของมหาวิทยาลัยทั่วโลก และเป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น รวมถึงเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) มหากาพย์ภาพยนตร์พ่อมดอันโด่งดัง
11. พิพิธภัณท์เชอร์ล็อกโฮล์มส์ (Sherlock Holmes Museum)

พิพิธภัณฑ์ที่บ้านเลขที่ 221 บี ถนนเบเกอร์ (Baker Street) ในลอนดอน เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและของสะสมเกี่ยวกับนักสืบชื่อดัง เชอร์ล็อก โฮล์มส์ (Sherlock Holmes)ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตำแหน่งบ้านของโฺฮมส์จริงๆ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์แรกในโลกที่ตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองตัวละครในนิยาย นอกจากนี้ขนาดของบ้านก็จำลองมาเท่ากับในนิยายเช่นกัน ภายในมีภาพเขียน รูปปั้น และของใช้ส่วนตัวของโฮล์มส์นั่นเอง
12. สโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

กลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ 112 ก้อน วางเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง บนที่ราบซัลลิสเบอร์รี่ (Salisbury Plain) บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ เชื่อว่าสร้างขึ้นประมาณ 3,000 - 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล ใช้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา โดยมีการเคลื่อนย้ายหินจาก ทุ่งมาร์ลโบโร (Marlborough Downs) ที่ห่างออกไป 40 กิโลเมตร สโตนเฮนจ์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1986 และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
13. โรงอาบน้ำโบราณ (Roman Bath)

โรงอาบน้ำโรมันโบราณในเมืองบาธทางตะวันตกของลอนดอน เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของตะวันตก โรงอาบน้ำนี้มีอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Great Bath ซึ่งมีน้ำสีเขียวมรกต เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ชมความสวยงามและสถาปัตยกรรมของโรงอาบน้ำที่ใช้บริการมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณ 2,000 ปีที่ผ่านมา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สะท้อนความรุ่งเรืองของโรมันในยุคนั้น
14. มหาวิหารยอร์ก (York Cathedral)

โบสถ์สไตล์โกธิกที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ของยุโรป ตั้งอยู่ในเมืองยอร์ก (York) ตอนเหนือของอังกฤษ มีชื่อเต็มว่า อาสนวิหารและคริสตจักรมหานครแห่งนักบุญเปโตรในกรุงยอร์ก (The Cathedral and Metropolitical Church of St Peter in York) ภายในวิหารมี หน้าต่างบานใหญ่ (Great East Window) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ หน้าต่างกุหลาบ (Rose Window) ที่โด่งดัง ไฮไลท์อีกจุดคือหอคอยบนยอดวิหารที่สูงที่สุดในยอร์ก ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองที่สำคัญในยุคกลาง
15. ปราสาทวอร์วิก (Warwick Castle)

ปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่บนเนินเหนือแม่น้ำเอวอน (River Avon) ในเมืองวอร์วิก (Warwick) ห่างจากลอนดอนประมาณ 130 กิโลเมตร เป็น 1 ใน 10 อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในอังกฤษ สร้างขึ้นครั้งแรกเป็นป้อมไม้โดยชาวไวกิ้ง ก่อนที่พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต (William the Conqueror)บูรณะและปรับเปลี่ยนเป็นปราสาทหิน จุดเด่นหลักคือหอคอยและเชิงเทินสูงเกือบ 50 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดสำหรับมองเห็นเมืองวอร์วิกและแม่น้ำเอวอนได้ชัดเจน
16. สนามฟุตบอลแอนฟิลด์ (Anfield Stadium)

หนึ่งในสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1892 เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ตั้งอยู่ในเขตแอนฟีลด์ เมืองลิเวอร์พูล สนามแอนฟิลด์ประกอบด้วยอัฒจันทร์ 4 ด้าน ได้แก่ สไปอันค็อป, อัฒจันทร์หลัก, เคนนี่ ดัลกลิช สแตนด์ และอัฒจันทร์ฝั่งถนนแอนฟิลด์ มีความจุ 45,276 ที่นั่ง และเคยใช้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลยูโรในปี 1996 สนามยังมีพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสโมสร และร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปอังกฤษ หรือมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ลิสต์แลนด์มาร์คเหล่านี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เราคัดสรรมาแล้วว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่คุณไม่ควรพลาด ดังนั้นหากคุณมีวีซ่าแล้ว เตรียมจองตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษได้เลย
หากสนใจท่องเที่ยวทัวร์อังกฤษ สามารถคลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เล๊ยยย
