แหล่งเที่ยวในมาเก๊า
สถานที่น่าประทับใจ

โบสถ์เซนต์ปอลและพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา
ณ ใจกลางย่านเมืองเก่า คือที่ตั้งของซากประตูและบันไดทางเข้าด้านหน้าอันสง่างามของโบสถ์เซนต์ปอล อันเป็นสิ่งหลงเหลือเพียงอย่างเดียวของโบสถ์และโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในประเทศจีน โบสถ์แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยคณะเยซูอิตชาวอิตาเลียน และความช่วยเหลือจากคณะมิชชั่นนารีชาวญี่ปุ่น ตัวโบสถ์สร้างขึ้นเมื่อต้น ศตวรรษที่ 17 แต่ในปี ค.ศ. 1835 ได้ถูกเพลิงไหม้จนเหลือแต่เพียงฟาซาดด้านหน้าอันเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์ในเอเชีย ปัจจุบันนี้ด้านหลังของซากโบสถ์ได้ถูกจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาเพื่อรวบรวมรูปปั้น แท่นบูชา และภาพเขียนในสมัยศตวรรษที่ 17 เช่นภาพวาดการถูกตรึงกางเขนของชาวคริสต์ที่นางาซากิ และเทวทูตไมเคิลในรูปแบบซามูไร

ป้อมเมาท์และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาเก๊า
สร้างโดยพระนิกาย เยซูอิต เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมทางศาสนาคล้ายกับโบสถ์เซนต์ปอล ตัวป้อมปราการนั้นใช้เป็นกำแพงเมืองเพื่อป้องกันการรุกรานของชาวดัตซ์ในปี ค.ศ. 1622 และต่อมาได้ใช้เป็นที่พักของผู้ว่าการ ปัจจุบันได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาเก๊า ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมมาเก๊าตั้งแต่อดีตถึงปัจจับัน รวมไปถึงการผสมผสานของ 2 วัฒนธรรมทั้งเรื่องความเชื่อ งานเทศกาล ธรรมเนียมประเพณี สถาปัตยกรรม กีฬา ศิลปะ ในจนกระทั่งเรื่องอาหาร ที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและสังคมแบบมาเก๊าในปัจจุบัน

จัตุรัสเซนาโด้ และโบสถ์เซนต์ดอมินิก
จัตุรัสเซนาโด้สแควร์ นั้นโดดเด่นด้วยพื้นถนนที่ปูลาดด้วยกระเบื้องเป็นลอนคลื่นโดยช่างฝีมือชาวโปรตุเกส โดยจตุรัสแห่งนี้กินพื้นที่ตั้งแต่ เซนาโด้สแควร์ไปจนถึงโบสถ์เซนต์ปอล ที่นี่นับถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองมานานหลายศตวรรษ ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกปรับให้เป็นถนนคนเดินอันประกอบไปด้วยน้ำพุ ต้นไม้ คาเฟ่ และพื้นที่สำหรับจัดงานเทศกาลโดยสุดฝั่งด้านหนึ่งของจตุรัสที่ตั้งของหอประชุมเทศบาลมาเก๊า ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้นคือโอลีเฮ้าส์ออฟเมอร์ชี อาคารเก่าแก่ที่ย้อนอายุกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 16 และเป็นหน่วยงานการกุศลของโลกตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองจีน
ส่วนสุดอีกฟากคือโบสถ์เซนต์ดอมินิก อีกหนึ่งตัวอย่างศิลปะแบบบารอกที่สร้างโดยนักบวชชาวโดมินิกันในศตวรรษที่ 17 ภายในจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมสิ่งของล้ำค่าไว้มากมาย อาทิ แท่นบูชา เพดานไม้ที่ประดับตกแต่งด้วย รูปปั้น และภาพวาดทางศาสนา เป็นต้น

ป้อมปราการและประภาคารเกีย
ป้อมปราการเกีย (Guia Fortress) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1622-1638 บนยอดเขาที่สูงสุดในคาบสมุทรมาเก๊า บริเวณนี้ถือว่าเป็นจุดชมทัศนียภาพโดยรอบของเมืองมาเก๊าได้สวยที่สุดและยังเป็นที่ตั้งของประภาคารเกีย ประภาคารเก่าแก่บนชายฝั่งทะเลจีน ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 และยังคงใช้งานส่องทิศทางเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน นอกจากเป็นป้อมปราการแล้ว ภายในป้อมแห่งนี้ยังมีโบสถ์ด้านในตกแต่งไว้ด้วยลวดลายของภาพเขียนสีโบราณที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังป้อมปราการเกียได้โดยนั่งเคเบิลคาร์ที่สวนสาธารณะฟลอร่าการ์เด้น

ประตูพรมแดนจีน-มาเก๊า
ประตูพรมแดนจีน-มาเก๊า หรือที่รักจักกันในชื่อ ด่านกงเป่ย หรือขงปั๊ก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1870 ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรมาเก๊า มีอาณาเขตติดต่อกับเมืองจูไห่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะหลังได้รับการปรับปรุงและมีการก่อสร้างตัวอาคารขึ้นมาเพิ่มเติม พร้อมทั้งตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกจากโปรตุเกส

โบสถ์เพนญ่า
จากยอดเขาเพนญ่ามองลงมาจากเห็นอ่าวบาร์ร่า ทิวทัศน์ของเมืองมาเก๊าและบริเวณปากแม่น้ำเพิร์ลได้อย่างชัดเจน บอดยอดเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโบสถ์เพนญ่า ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 19 บริเวณด้านลางของเขาเพนญ่าจะเป็นที่ตั้งของโรงแรม Pousada de Sao Tiago ที่ดัดแปลงมาจากป้อมโบราณ ซึ่งมีการออกแบบตกแต่งอย่างหรูหรา และสามารถมองเห็นประติมากรรมสีดำที่เรียกว่า “ประตูแห่งความเข้าใจ” สัญลักษณ์แห่งกรเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและโปรตุเกสได้อย่างชัดเจน
ด้านใต้สุดของคาบสมุทรมาเก๊าบนยอดเขาเพนญ่า คือ ที่ตั้งของโบสถ์เพนญ่า อันเป็นจุดสุดท้ายของขบวนแห่พระแม่ฟาติมาในวันที่ 13 พฤษภาคม โบสถ์ในปัจจุบันเป็นอาคารที่สร้างขึ้นแทนของเดิมที่เป็นเหมือนจุดสังเกตของชาวเรือที่แวะทอดสมอในบริเวณนี้ บริเวณด้านหน้าโบสถ์เป็นสนามหญ้าที่สามารถมองเห็นวิวของเมืองมาเก๊า และเกาะไทปาได้

วัดอาม่า
วัดอาม่า เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและสวยงามที่สุดในมาเก๊า หากท่านได้มีโอกาสมาทัวร์มาเก๊า แน่นอน วัดอาม่า คือหนึ่งในโปรแกรมทัวร์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมาเก๊ากัน รวมถึงยังเป็นที่มาของคำว่า มาเก๊าอีกด้วยภายในวัดประกอบด้วยศาลา 4 ชั้น ที่หันหน้าออกสู่อ่าวเบื้องล่าง นอกจากนั้นยังมีทางแห่งสายลม และประตูพระจันทร์ที่อุทิศให้แด่ตินเฮา เทพศักดิ์สิทธิ์ในลัทธิเต๋า และเจ้าแม่กวนอิม บริเวณทางเข้ามีหินก้อนใหญ่ที่สลักรูปเรือสำเภาเอาไว้ ส่วนด้านตรงข้ามกับวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทางทะเล ซึ่งจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวมาเก๊าที่ผูกพันกับท้องทะเล โดยวัดอาม่าแห่งนี้ยังโด่งดังจนกระทั่งศิลปินชื่อดังอย่าง จอร์จ ชินเนอรี่ และ ออกัสต์ บอร์เกต์ ยังเคยมาวาดภาพที่นี่

ศูนย์วัฒนธรมแห่งชาติมาเก๊า
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติมาเก๊า สร้างขึ้นบนพื้นที่เกิดจากการถมทะเล ด้วยอาคารออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมทันสมัยคล้ายคลื่นยักษ์ จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของมาเก๊าในปัจจุบัน ภายในมีห้องประชุมที่จุผู้ชมได้มากถึง 1,200 ที่นั่ง โดยส่วนใหญ่มักใช้จัดงานแสดงดนตรี และละครเวทีที่สำคัญ ส่วนห้องประชุมย่อยนั้นใช้จัดการแสดงภาพสีน้ำของศิลปินชื่อดังอย่าง George Chinnery, George Smirnoff, Auguste Borget และศิลปินในช่วงศตวรรษที่ 19 รวมไปถึงานศิลปะของจีนอย่างเครื่องกระเบื้องเซรามิก ภาพวดลายเส้น ตัวอักษรจีนโบราณ โดยเทศกาลงานแสดงศิลปะและดนตรีที่สำคัญของมาเก๊านั้นมักขึ้นที่นี่

โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์
ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านโคอาน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1928 เพื่อเป็นที่ระลึกนึกถึงนักบุญฟานซิส ซาเวียร์ เป็นโบสถ์ที่มีลักษณะศิลปกรรมที่ระลึกถึงนักบุญฟรานซิส ซาเวียร์ เป็นโบสถ์ที่มีลักษณะศิลปกรรมแบบบารอคสีขาวและสีครึม มีหน้าต่างเป็นรูปวงรีและหอระฆัง ภายในวัตถุโบราณมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียนในเอเชีย บริเวณทางเดินโดยรอบโบสถ์ปู่ลาดด้วยก้อนหินและกระเบื้องโมเสก สองข้างมีต้นไทรยักษ์ และรายล้อมด้วยร้านอาหาร และร้านล้อมด้วยร้านอาหารและร้านขายของเก่า