086 316 7436 , 02 756 0334-5
ทัวร์ดูไบ ดินแดนแห่งฟ้าจรดทราย

เปิดประสบการณ์เที่ยวดูไบ ดินแดนแห่งความเป็นที่สุด


                   มาพบกับนางฟ้าอีกแล้ว เย้ๆ หลังจากที่นางนางฟ้าบินลัดฟ้าไปเที่ยวดูไบ มาแล้ว จะนำประสบการณ์มาแชร์เพื่อนๆ กันค่ะ  ดูไบเป็นประเทศที่อยู่ฝั่งตะวันออกกลางกัน และจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ก็คือ "ดูไบ" 1 ใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองของคนรวย เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูหรูหราไปซะทุกอย่างเลย นางฟ้าเลยอาสาจะพาทุกท่านไปชมให้เห็นกับตากัน ว่าจะหรูหราแสบตาขนาดไหน ไปกันเล้ยยยย 
 

                 สถานที่แรกที่นางฟ้าจะพาทุกท่านไปเยี่ยมชม นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ดูไบ (DUBAI MUSEUM) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในดินแดนตะวันออกกลาง วะวะว้าวว *0* สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 และมีการบูรณะใหม่หลายครั้ง ซึ่งที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชนชาติอาหรับเอมิเรตส์ เช่น การค้นพบผลงานทางศิลปะที่มีอายุมากกว่า 4,000 ปี โหววว นานมากๆ รวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการฉายภาพในระบบที่ทันสมัยเพื่อพาทุกท่านย้อนเวลาไปชมวิถีชีวิตของชาวอาหารับในมัยโบราณ รวมถึงเมืองดูไบก่อนการพัฒนาดังเช่นที่เห็นในปัจจุบันอีกด้วย ไฮเทคสุดๆ เอาล่ะ ไปสถานที่ต่อไปกันเลยดีกว่าค่าา
 

               หลังจากได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของดูไบกันแล้ว เรามาเพลิดเพลินและช้อปปิ้งกันที่ ตลาดทอง (GOLD SOUK) กันบ้างดีกว่า ซึ่งที่นี่เป็นตลาดทองที่ใหญ่สุดในโลก ซึ่งยังคงสภาพเดิม ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ปรับโฉมเป็นห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสมัยใหม่ โดยที่นี่มีขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก และอัญมณีต่างๆ โดยมีร้านทองมากมายกว่า 100 ร้าน ที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับลวดลายสวยงามแปลกตา และหลากหลายดีไซน์ให้ได้เลือกซื้อหา คงจะถูกใจขาช้อปหลายคนเลยสิท่า แต่ก็ช้อปกันอย่างระมัดระวังด้วยนะ นางฟ้าเป็นห่วงจ้า >0<
 

              หลังจากแสบตากับสีสันของทองและอัญมณีกันแล้ว เปลี่ยนมาแสบจมูกกันที่ ตลาดเครื่องเทศ (SPICE SOUK)กันบ้าง ฮ่าๆๆ ที่นี่คือ ตลาดเครื่องเทศที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศสีสวยสด ทั้งตลาดตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก จำพวกไม้หอม อบเชย ถั่ว กระวาน กานหลู และถั่วร้อยแปดชนิดจากทุกที่ในตะวันออกกลาง เลือกซื้อกันไม่ถูกเลยทีเดียว*0* ไปสถานที่ต่อไปกันเลยดีกว่า นางฟ้าขอให้ทุกท่านเตรียมตัวกันให้ดีนะคะ เพราะเราจะไปตะลุยทะเลทรายกัน *0*
 

             เมื่อมาถึงจุดนัดหมายแล้ว เราก็ไปตะลุยทะเลทรายโดยรถ 4WD กันเลยจ้าา ขอบอกเลยนะคะว่า สำหรับคนที่ชอบความท้าทายก็จะสนุกและตื่นเต้นสุดๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดแนวบู๊ๆ ก็อาจจะทรมานสักหน่อย เพราะพี่คนขับขับได้หวาดเสียวมากๆ ><
             หลังจากตะลุยทะเลทรายและชมพระอาทิตย์ตกดินแล้ว นางฟ้าก็จะพาทุกท่านเข้าสู่แค้ปปิ้งกัน โดยจะมีกิจกรรมต่างๆให้ทุกท่านร่วมสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพนท์ลวดลายแบบฉบับชาวอาหรับ เครื่องสูบบารากู่กลิ่นผลไม้แบบฉบับของชาวอาหรับ การขี่อูฐเป็นต้นค่าา 

 

              สถานที่ต่อไปถือว่าพลาดไม่ได้เลย เพราะที่นี่เปรียบเสมือนสัญลักษน์ของดูไบ นั่นก็คือ ตึกบุรจญ์อัลอาหรับ (BURJ AL ARAB) หรือโรงแรมเรือใบ (เพราะลักษณะโครงสร้างเหมือนเรือใบ) ดูโอ่อ่า อลังการงานสร้างสมคำร่ำลือจริงๆ! *0* ซึ่งโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในโลก (ถ้าได้เข้าพักสักคืนคงฟินน่าดู*3*) อยู่ในนครรัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ (รวยเว่อร์) การก่อสร้างของตึกบุรจญ์อัลอาหรับเริ่มต้นก่อสร้างใน พ.ศ.2537 (ค.ศ.1994)  แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ.2542 (ค.ศ.1999) มีความสูงถึง 321 เมตร หรือ 1,050 ฟุตและยังสูงเป็นอันดับ 32 ของโลก
              สถาปนิกได้บอกว่า “สิ่งก่อสร้างนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของดูไบซึ่งก็เหมือนกับโอเปราเฮาส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของนครซิดนีย์ หรือหอไอเฟลที่เป็นสัญลักษณ์ของนครปารีสและมันก็ต้องการที่จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเช่นกัน” สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่าา ^0^ 
 

               ห่างจากโรงแรงเรือใบมาไม่ไกล นางฟ้าก็สามารถพาทุกท่านเดินทางมายัง หมู่เกาะต้นปาล์ม (The Palm slands) ที่สร้างโดยการนำทรายมาถมทะเลเป็นเกาะเล็กๆรวม 301 เกาะ เพื่อสร้างหมู่เกาะจำลองเป็นรูปต้นปาล์ม (จินตนาการล้ำเลิศฝุดๆ *w*) ล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลมเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย โรงแรม และรีสอร์ท ซึ่งถือเป็นโครงการสร้างเกาะใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะมีการก่อสร้างทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ปาล์มจูไมราห์, ปาล์มเดียราห์ และ ปาล์มเจเบล อาลี (ไม่รวยไม่ล้ำทำไมไ่ด้นะคะเนี่ยยย ย) 
 

               สถานที่ต่อไปก็ยังคงความอลังการงานสร้างไม่แพ้ที่ผ่านๆมาเช่นกัน ตอนนี้เรามาอยู่กันที่ ห้างดูไบมอลล์ (DUBAI MALL) ห้างนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยร้านค้ากว่า 600 ร้าน (อื้อหืออออ*.*) นอกจากจะมีร้านค้าปลีกแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ Waitrose และ Hamleys ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลางแล้ว ห้างดูไบมอลล์ ยังมีจุดสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดซื้อขายทองคำ ลานสเก็ตน้ำแข็งมาตรฐานโอลิมปิก ไปจนถึงศูนย์รวมแฟชั่น นอกจากนั้นเดอะ ดูไบ อควาเรียม แอนด์ ดิสคอฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ (The Dubai Aquarium & Discovery Center) ยังได้รับความสนใจจากทั่วโลกจากการทำสถิติ “ตู้กระจกอะคริลิกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” อีกด้วย ประเทศนี้เขาที่สุดของที่สุดจริงๆนะคะเนี่ย >< 
 

             จุดที่น่าสนใจอื่นๆ ในดูไบ มอลล์ มีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ดูไบ ไอซ์ ริงค์ (Dubai Ice Rink) ลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดมาตรฐานโอลิมปิก, แฟชั่น อเวนิว (Fashion Avenue) ศูนย์รวมแฟชั่นสุดหรูบนพื้นที่กว่า 440,000 ตารางฟุต, เดอะ โกรฟ (The Grove) แหล่งช้อปปิ้งกลางแจ้งและในร่ม, สวนสนุกในร่มเซก้า (SEGA) แห่งแรกของภูมิภาคบนพื้นที่ 76,000 ตารางฟุต โอ้โหหหห นี่แค่ยกตัวอย่างนะคะ มากมายจนถ้านางฟ้าพาเที่ยววันเดียวคงไม่พอแน่ๆเลยคะ ฮ่าๆๆ
 
              เมื่อเดินทางไปเที่ยวที่ห้างดูไบมอลล์แล้วล่ะก็ เราก็จะได้พบกับ ตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก (Burj khalifa) อีกด้วย รีบหยิบกล้องมาเซลฟี่เลยจ้าา  
 
              และพลาดไม่ได้เมื่อมาทัวร์ดูไบแล้ว ต้องชมน้ำพุเต้นระบำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (Dubai Fountain) โดยมีการจัดแสดงที่บริเวณหน้าดูไบมอลล์ เริ่มตั้งแต่ 17.30 – 24.00 น. โดยการแสดงจะเริ่มทุกๆ 30 นาที ถ้าใครได้ชมต้องประทับใจสุดๆไปเลยค่า นางฟ้ารับประกันน >   เป็นยังไงบ้างคะ ได้สัมผัสกับความหรูหราอลังการของเมืองคนรวยอย่างดูไบกันผ่านตัวอักษรไปแล้ว อยากจะสัมผัสด้วยตัวเองกันแล้วใช่มั้ยล่าา นางฟ้าเชื่อว่าทุกท่านจะรู้สึกว่าเที่ยวดูไบครั้งนี้คุ้มค่าและก็ประทับใจไม่มีวันลืมแน่นอนจ้า ^________^

              มากับเราสิคะ เรามีแพ็คเกจทัวร์ดูไบให้ท่านเลือกสรรมากมาย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี รวมถึงช่วงเทศกาลและวันหยุดสำคัญ พร้อมการเดินทางท่องเที่ยว แบบหมู่คณะ กรุ๊ปทัวร์ กรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา ในราคาถูกและบริการที่ท่านต้องประทับใจกับความสุขที่คุณสัมผัสได้

Copyright © 2017 angelstartravel All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X